หนังสือ "15 คดีทุจริต ป.ป.ช. ต้องฟ้องเอง"

หนังสือ "15 คดีทุจริต ป.ป.ช. ต้องฟ้องเอง"

วันที่นำเข้าข้อมูล 28 มี.ค. 2566

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 28 มี.ค. 2566

| 5,352 view

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ได้จัดทำสื่อสร้างสรรค์เพื่อเปิดโปงคดีทุจริต  “หนังสือ 15 คดีทุจริต ป.ป.ช. ต้องฟ้องเอง” เพื่อเปิดโปงเรื่องราวการทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเป็นการรวบรวมคดีทุจริตสำคัญที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และเป็นคดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายให้สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการฟ้องคดีเอง โดยหนังสือ “15 คดีทุจริต ป.ป.ช. ต้องฟ้องเอง” สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการทุจริตที่แยบยลของเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงการกระทำผิดร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่สร้างความเสียหายและความเจ็บปวดให้กับประเทศชาติอย่างมากมาย

        หนังสือดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ให้แก่ประชาชนและสังคมได้รับรู้รับทราบ ตลอดจนเสริมสร้างทัศนคติ ค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นในสังคมไทย ซึ่งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ให้อำนาจคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็นกรณีการกล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ที่ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม ตลอดจนมีอำนาจในการไต่สวนและวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตหรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ แสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน วินิจฉัยคดี และดำเนินคดีกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ

        โดยเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแล้ว ให้ส่งรายงานและสำนวนให้กับอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการฟ้องคดีต่อศาล ในกรณีที่อัยการสูงสุดเห็นข้อไม่สมบูรณ์ให้ตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อร่วมดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน และหากคณะกรรมการร่วมไม่อาจหาข้อยุติได้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะยื่นฟ้องคดีเองก็ได้

        พลตำรวจเอกวัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ว่า “หนังสือ 15 คดีทุจริต ป.ป.ช. ต้องฟ้องเอง เป็นเสมือนตำราปราบทุจริตฉบับประชาชน กระตุ้นเตือนและสร้างความตระหนักรู้ และร่วมเป็นหูเป็นตา เป็นเบาะแสให้กับภาครัฐ หากไม่มีการไต่สวนหรือตรวจสอบข้อเท็จจริงจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. กระบวนการเหล่านี้ก็ยังคงดำเนินการต่อไป ดังนั้นหากประชาชนรู้ แต่ยังนิ่งเฉยเราจะสูญเสียทุกสิ่งให้กับการทุจริต คอร์รัปชัน การไม่ทำ ไม่ทน ไม่เฉย จึงเป็นภารกิจของคนไทยทุกคนที่จะไม่ยอมจำนนกับทุจริตทุกรูปแบบ”

        นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้มุมมองว่า “สำนักงาน ป.ป.ช. ตระหนักเสมอว่าการป้องกันการทุจริตสำคัญกว่าการปราบปรามการทุจริต ดังนั้น การเผยแพร่เนื้อหาคดีทุจริต จึงเป็นการส่งสารไปยังผู้อ่าน เพื่อเป็นการป้องปราม และช่วยกันสอดส่องเป็นหู เป็นตา ในการร่วมกันแจ้งเบาะแสการทุจริตที่อยู่รอบๆ ตัว ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้ เกิดการทุจริต ที่จะต้องมาปราบปรามในภายหลัง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหาย ที่มากกว่า โดยตนเองหวังว่าหนังสือ “15 คดีทุจริต ป.ป.ช. ต้องฟ้องเอง” นี้จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ที่จะช่วยจุดประกายความสุจริตโปร่งใสให้เกิดขึ้นในสังคมไทยของเราด้วยเช่นกัน”

เอกสารประกอบ

15_คดีทุจริต_ป.ป.ช._ต้องฟ้องเอง.pdf